นอกจากที่จะต้องทำงานของตัวเองให้เสร็จแล้ว การที่เราเซฟไฟล์ไว้บนเครื่องก็อาจจะเป็นปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะหากว่าเพื่อนๆ อยู่ข้างนอกบ้านแล้วมันต้องส่งงาน มันก็จะกลายเป็นว่าไม่ได้ส่งหน่ะสิครับ สิ่งที่จะมาแก้ไขนั่นก็คือการใช้ Cloud Storage นั่นเอง มันทำให้เพื่อนๆ ส่งงาน แชร์งาน เอางานมารวมกันได้อย่างง่ายดายนั่นเองครับ ในสตอรีนี้ ผมก็จะมาแนะนำ 3 บริการ “หลัก” ที่น่าสนใจมาให้เพื่อนๆ ลองเลือกกันดูครับ

Dropbox

ภาพจาก Dropbox

Dropbox ประกาศจุดยืนว่าจะทำให้ตัวเองนั้น “เข้ากันกับทุกคน แม้ว่าจะอยู่ค่ายไหนก็ตาม” ซึ่งมันก็จริงๆ นั่นแหละครับ เพราะบางครั้งพอเรามีไฟล์มากมายในเครื่องแล้วนั้นก็จะทำให้เราไม่รู้ว่าเราไปเก็บไฟล์ไว้ที่ไหน คนนี้ใช้ค่าย Microsoft คนนี้ค่าย Google อีกคนค่าย Apple อ้าว มันก็งงไปสิครับว่าจริงๆ แล้วคนนู้นคนนี้เค้าเอาไฟล์ไว้ที่ไหนกัน ก็จะทำให้เราเสียเวลาในการค้นหาไปอีก แล้วถ้าหาไม่เจอ อันนี้คือเรื่องใหญ่เลยหล่ะครับ

Dropbox เองจึงไปร่วมกับบริการต่างๆ แทบจะทุกอันที่ผมได้เขียนในสตอรีนี้เลย (ถือว่าเยอะมากนะครับ) เพื่อให้เอาไปเปิดนู่น แชร์นี่ ได้อย่างสะดวก ไม่กังวลว่าจะอยู่ค่ายไหนก็ตามก็ใช้งานได้อย่างลื่นไหลแน่นอน เช่นกันกับเปิดดูข้อมูล ซิงค์กับอุปกรณ์ไหนก็ไม่มีคุณภาพตกเลย

ตัวผมเองชอบ Dropbox ในเรื่องของการอับโหลดที่เรียกว่า “Delta upload” หรือพูดง่ายๆ นั่นก็คือ แทนที่จะอับโหลดไฟล์ไปทั้งไฟล์ ก็ไปอับโหลดเพียงจุดที่มีความแตกต่างนั่นเอง เช่นว่าเราแก้ไขไฟล์ Word หนึ่งตัวอักษร หากว่าเป็นบริการอื่นก็คงอับโหลดไฟล์ใหม่เลย แต่หากว่าเป็น Dropbox มันก็จะอับโหลดเพียงจุดแก้ไขเท่านั้น

ฟีเจอร์กู้ข้อมูลคืน

ฟีเจอร์อันโดดเด่นอีกหนึ่งอันของ​ Dropbox นั่นก็คือการกู้คืนเวอร์ชันที่นอกจากจะกู้คืนทีละไฟล์แล้ว ก็สามารถกู้คืนเวอร์ชันของไฟล์ทั้งหมดที่อยู่บนโฟลเดอร์ได้เลย เพราะบางทีเราอาจจะทำไฟล์เสีย เผลอไปลบไฟล์ โดนไวรัสกัดกินไฟล์จนพังหมดเลย แต่ก็ไม่รู้ว่าไฟล์ไหนบ้าง เพื่อนๆ สามารถทำการกดปุ่ม ‘Rewind’ เมื่อเข้าไปดูถึงจำนวนของไฟล์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปจากกราฟ จึงทำให้ง่ายต่อการกู้คืนเป็นอย่างมาก

และอีกฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจของ Dropbox นั่นคือการเก็บเวอร์ชันของไฟล์ ซึ่งจะเริ่มต้นมาให้ก่อนเลย 30 วัน และความดีย์ของมันนั่นก็คือ Dropbox จะทำการเก็บเวอร์ชันให้ไม่จำกัดจำนวน และไม่คิดเป็นพื้นที่จัดเก็บ ซึ่งเมื่อเทียบกับ Google Drive (ที่เก็บสูงสุด 100 เวอร์ชัน และคิดเวอร์ชันเป็นพื้นที่ด้วย*) และ OneDrive (ที่เก็บสูงสุด 25 เวอร์ชัน*)​ เท่านั้น​ ซึ่งเรื่องการจัดเก็บทุกเวอร์ชันนั้นจำเป็นมากสำหรับเพื่อนๆ ที่ทำงานกันหลายคน เพราะกว่าจะรู้ตัวว่าไฟล์นั้นเสีย ก็อาจจะสายไปเสียแล้วครับ

*ข้อมูลสำหรับบัญชีผู้ใช้งานทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่บัญชีประเภทธุรกิจ

ภาพจาก Dropbox

ฟีเจอร์ให้เพื่อนดาวน์โหลดไฟล์ Dropbox Transfer

หากเพื่อนๆ ต้องการส่งไฟล์อย่างเดียว ไม่ได้อยากแชร์โฟล์เดอร์หรืออะไรเพิ่มเติมให้คนที่ขอไฟล์ ด้วย Dropbox Transfer เพื่อนๆ จะสามารถอับโหลดไฟล์หรือแนบไฟล์บน Dropbox และ Dropbox จะทำการสร้างลิ้งก์ให้คนอื่นสามารถเข้ามาดาวน์โหลดไฟล์ที่เราอับโหลดไว้ หรือเวอร์ชันของไฟล์ตอนที่เราทำการสร้าง Transfer

การเอาไปใช้งานนั้นก็เหมาะกับการส่งไฟล์นั่นแหละครับ เพราะคนอื่นเค้าก็อาจจะไม่ได้ใช้ Dropbox เหมือนกันกับเรา เป็นประโยชน์ให้กับผู้ใช้งานที่รับไฟล์ของเรามาก และในแพลน Pro นั้นสามารถส่งไฟล์ได้สูงสุด 100GB ต่อหนึ่ง Transfer และเพิ่มโลโก้ของบริษัทเข้าไปได้อีกด้วย

ฟีเจอร์นี้เหมือนกับบริการอย่าง WeTransfer แต่เพราะว่าการใช้งานและการที่ Dropbox เป็น Cloud Storage อยู่แล้วทำให้เป็นข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับ WeTransfer เป็นอย่างมาก

ฟีเจอร์ให้เพื่อนอับโหลดไฟล์โดยไม่ต้องมีบัญชี Dropbox กับ Dropbox File Request

อันนี้กลับกันครับ หากว่าเพื่อนๆ ต้องการให้คนอื่นส่งไฟล์มาให้เรา แต่ก็ไม่ต้องการให้เขาเข้ามาดูไฟล์ของคนอื่นก็สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ในการสร้างคำขอ พอคนอื่นกดเข้ามาที่ลิ้งก์แล้ว เขาก็จะเห็นหน้าอับโหลดไฟล์ทั่วไปนั่นแหละครับ และไม่เห็นไฟล์ของคนอื่น

แล้ว Dropbox เหมาะกับใคร

Dropbox ในมุมมองของผมแล้ว เหมาะกับคนต้องการ cloud storage ที่ดีที่สุดในท้องตลาด เพราะการทำงานได้อย่างถูกต้อง อินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย รองรับระบบปฏิบัติการแทบทุกตัว รองรับทั้งไฟล์ประเภท Microsoft และ Google อีกด้วย และการดูแลรักษาเวอร์ชันไฟล์ที่บางครั้งเราอาจจะต้องการให้คงอยู่อย่างแน่นอนนั่นเอง และฟีเจอร์การอับโหลดแบบ Delta Upload ที่ทำให้การอับโหลดเวอร์ชันใหม่ที่แก้ไขนิดเดียว ใช้เวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น

แต่ข้อเสียก็คงมีตามระเบียบอ่ะนะครับ หนึ่งในนั้นคือการอับโหลดไฟล์ขึ้น Dropbox ผ่านเว็บเบราว์เซอร์นั้นค่อนข้างช้าเพราะจะค่อยๆ อับโหลดทีละไฟล์ ไม่เหมือนบริการอื่นที่จะอับโหลดหลายไฟล์ขึ้นไปพร้อมกันนั่นเองครับ ส่วนเรื่องของราคาของค่าจัดเก็บนั้น เริ่มต้นที่ 0.59 บาทต่อกิกไบต์ต่อปีครับ ถือว่าไม่ได้แพงมากเมื่อเทียบกับบริการจัดเก็บไฟล์ขนาดย่อมๆ และมีฟีเจอร์เยอะเท่านี้นั่นเองครับDropboxDropbox Dropbox is the world’s first smart workspace. We bring all your team’s content together while letting you use…www.dropbox.com

สาย Microsoft — Microsoft OneDrive

เป็นบริการจัดเก็บไฟล์ค่าย Microsoft นั่นเอง สำหรับเพื่อนๆ ที่ใช้ Outlook / Hotmail / Office365 กันก็สามารถเข้าไปใช้งานได้เลย ซึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ OneDrive น่าจะเป็นในเรื่องของอินเตอร์เฟสที่มีฟีเจอร์เต็มไปหมด แต่มันก็เพื่อให้เพื่อนๆ สามารถใช้งานไฟล์ได้อย่างง่านดายนั่นเอง

ในส่วนของการ sync ข้อมูลระหว่าง OneDrive กับเครื่องคอมฯ ก็ทำงานได้เร็วมากๆ ครับ เพราะว่าอับโหลดหลายๆ ไฟล์พร้อมๆ กัน สำหรับเพื่อนๆ ที่มีอินเตอร์เน็ตเร็วก็จะได้ประโยชน์จากตรงนี้เป็นอย่างมากครับ

สำหรับข้อเสียก็มีเช่นกันครับ จากการใช้งานจริงและการรายงานจากผู้ใช้งานที่ใช้งานเหมือนกันนั่นก็คือเรื่องของการใช้งานบน macOS ที่ทำงานผิดพลาดหลายครั้ง ทำเครื่องค้างไปเลยก็มี บางไฟล์ที่มีขนาดเล็กมาก (เช่นพวกไฟล์จาก Git version control) ก็จะไม่ sync เลยเป็นต้น ซึ่งเป็นปัญหาให้แก่องค์กรใหญ่ๆ มาหลายเจ้าแล้วครับ

OneDrive จึงเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้งานที่ใช้ Windows เป็นหลัก หรืออาจจะเห็นว่าบางฟีเจอร์ของ Dropbox นั้นไม่มีความจำเป็นแต่ก็ต้องการอับโหลด-ดาวน์โหลดไฟล์อย่างรวดเร็วนั่นเองครับ

ส่วนเรื่องราคานั้นก็ถือว่าถูกมากนะครับ Office 365 Home ราคาประมาณ 2400 บาทก็มีที่จัดเก็บสำหรับ 6 บัญชี คนละ 1TB ไปเลยทีเดียว แถมพวก Skype และ Office Suite ครบเซ็ทอีกด้วย จะหารกับเพื่อนหรือครอบครัวก็ได้เช่นเดียวกันครับ

สาย Google — Google Drive

เพื่อนๆ หลายๆ คนน่าจะลองหรือได้ใช้กันแล้วนะครับ สำหรับ Google Drive

ด้วยหน้าตาที่เรียบง่าย เพื่อนๆ หลายคนจึงชอบที่จะเก็บไฟล์กับทาง Google และการนำไฟล์ไปใช้งานกับบริการของ Google อื่น ก็เป็นไปได้อย่างง่ายอีกด้วย

ส่วนตัวผมแล้ว ผมมีข้อติที่ว่าเวลาทำการดาวน์โหลดไฟล์จากหน้าเว็บหลายรายการ เราเองจะต้องรอให้มันบีบอัดไฟล์ให้เป็นประเภท zip ก่อนที่จะดาวน์โหลดได้ ซึ่งบริการอย่าง Dropbox นั้น ผมแทบจะไม่ต้องรอเลยครับ

Google Drive จึงเหมาะกับผู้ใช้งานที่ใช้บริการ GSuite อยู่แล้ว หรือคลุกคลีกับบริการอย่างเช่น Youtube, GMail หรือ Google Photos นั่นเองครับ

Icedrive

สำหรับ Icedrive นั้นอาจจะยังเป็นบริการที่ใหม่และฟีเจอร์อาจจะไม่มีเท่าบริการอื่นที่ได้กล่าวมา แต่สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการเก็บไฟล์ไว้บน cloud ก็สามารถทำได้ แถมยังรองรับการทำ versioning ของไฟล์อีกด้วย

โฆษณา

Share this post

About the author

error: เว็บไซต์ของเราไม่อนุญาตให้ท่านทำการคัดลอกข้อความ