ธาตุมีอะไรบ้าง? ปฏิกิริยาธาตุคืออะไร? เกิดปฏิกิริยาไหนทำให้ตีแรงมากที่สุด? ในสตอรีนี้เราก็จะมาพูดถึงที่มาของธาตุ วิชัน และการเกิดปฏิกิริยาธาตุในเกม Genshin Impact กันครับ รวมทั้งการสร้างปฏิกิริยาทางธาตุว่าจะสามารถช่วยเหลือเพื่อน ๆ ในการจัดการศัตรูระดับอีลีทได้อย่างไรกัน

ระบบธาตุ (Elements)

ธาตุ (Elements) คือส่วนหนึ่งของระบบการโจมตีในเกม Genshin Impact ซึ่งภายในโลกแห่ง Teyvat ก็มีธาตุอยู่ทั้งหมด 7 ธาตุที่อยู่ร่วมกันดังนี้: ลม (Anemo), หิน (Geo), ไฟฟ้า (Electro), น้ำ (Hydro), ไฟ (Pyro), น้ำแข็ง (Cryo), ไม้ (Dendro) ซึ่งเพื่อน ๆ ก็จะได้พบเจอและจำเป็นที่จะต้องจัดการแต่ละธาตุอย่างเหมาะสมเพื่อให้เรานั้นสามารถอยู่รอดและรวบรวมพลังธาตุทั้งเจ็ดให้ได้ในที่สุด

นอกจากนี้ระบบธาตุนั้นก็จะมีการเชื่อมโยงเข้าไปในเนื้อเรื่องหลัก ที่แสดงเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองภายในประเทศแห่ง Teyvat อีกด้วย เช่นเมือง Mondstadt นั้นก็แสดงถึงธาตุลมเป็นต้น

ลม (Anemo)

ธาตุลมมีหน้าที่ในการรวมธาตุอื่น ทำให้ศัตรูที่ได้รับผลกระทบจากธาตุลมนั้นเกิดการรวมธาตุ (Swirl) ขึ้น และนั่นอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาธาตุได้เช่นกัน

ตัวละครธาตุลมนี้จะมีลักษณะที่คล่องตัว ปลอดโปร่ง และมีความตั้งใจที่จะทำบางอย่างให้สำเร็จอยู่เรื่อย ๆ โดยตัวละครแรกที่เราจะได้เห็นใช้พลังหินก็คือ Venti เทพลมขี้เมาแห่งเมือง Mondstadt

สีประจำธาตุ : เขียวน้ำเงิน (สีน้ำทะเล)

หิน (Geo)

ธาตุหินมีหน้าที่ในการสร้างการปกป้องและโจมตีเกราะอย่างชัดเจน โดยยังสามารถสร้างเกราะป้องกันจากการเกิดปฏิกิริยาตกผลึก (Crystalize) ได้อีกด้วย

ตัวละครธาตุหินจะเป็นคนตรงและชัดเจน ซึ่งมักจะไม่พึ่งพาใครเพื่อรับการปกป้อง ซึ่งตัวละครแรกที่เราจะได้เห็นใช้พลังหินก็คือ Zhongli ที่ปรึกษาแห่งโถงการเกิดใหม่ Wangsheng

สีประจำธาตุ : น้ำตาล-เหลือง

ไฟฟ้า (Electro)

ธาตุไฟฟ้ามีหน้าที่ในการกระตุ้นธาตุอื่น ทำให้ธาตุอื่นทำงานทันทีด้วยความรวดเร็วพร้อมกันกับธาตุไฟฟ้าเอง โดยเพื่อน ๆ จะใช้ธาตุไฟฟ้าในการสร้างโบนัสความเสียหายหรือทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่อย่างการช็อคไฟฟ้าเป็นต้น

ตัวละครธาตุไฟฟ้านั้นจะมีความแม่นยำ และมักจะมีด้านมืดในมุมสว่างอยู่เสมอ โดยตัวละครแรกที่เราจะได้ใช้ก็คือ Lisa บรรณารักษ์แห่ง Mondstadt

สีประจำธาตุ : ม่วง

น้ำ (Hydro)

ธาตุน้ำจะทำให้ศัตรูติดค่าสถานะเปียกน้ำและติดธาตุน้ำ ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถใช้ธาตุอื่นในการโจมตีเพื่อเกิดปฏิกิริยาธาตุเพื่อสร้างความเสียหายเพิ่มเติมได้ โดยตัวละครตัวแรกที่ผู้เล่นจะได้ใช้งานนั่นคือ Barbara ไอดอลแห่งเมือง Mondstadt ที่จะคอยติดธาตุน้ำศัตรูเพื่อฮีลตัวละครในทีม

สีประจำธาตุ : น้ำเงิน

โฆษณา
ไฟ (Pyro)

ธาตุไฟมีหน้าที่ในการเผาไหม้บริเวณโดยรอบและเผาศัตรูสร้างความเสียหาย “เผาไหม้” สู่ศัตรูในที่สุด โดยตัวละครที่ผู้เล่นจะได้เล่นกันก็คือ Amber แห่งกองอัศวิน Favonius ที่จะโจมตีด้วยธนู ทำให้ผู้เล่นสามารถจุดไฟกองไฟและคบเพลิงได้อีกด้วย

สีประจำธาตุ : แดงส้ม

น้ำแข็ง (Cryo)

ธาตุน้ำแข็งจะทำให้ศัตรูติดค่าสถานะแข็งทำให้ศัตรูเดินได้ช้าลงและเกิดเป็นพลังโจมตีสู่ศัตรูในที่สุด โดยตัวละครตัวแรกที่ผู้เล่นจะได้ใช้งานนั่นก็คือ Kaeya แห่งกองอัศวิน Favonius ที่จะโจมตีด้วยดาบและสามารถใช้สกิลปล่อยพลังน้ำแข็งเพื่อทำให้เดินบนแผ่นน้ำแข็งและศัตรูที่ยืนเปียกน้ำ แข็งตัวได้

สีประจำธาตุ : ฟ้าขาว

ไม้ (Dendro)

ธาตุไม้เป็นธาตุที่เน้นการสร้างการกระจายและการเร่งกับตัวละครที่ติดธาตุนี้ โดยตัวละครแรกที่ผู้เล่นจะได้เล่นก็คือ Collei ที่สามารถทำงานเปิดพื้นที่ธาตุไม้ให้กับเราได้

สีประจำธาตุ : เขียว

ไม่รู้ว่าเป็นธาตุอะไร ?
สำหรับศัตรูแล้ว สีของเสื้อผ้าบ่งบอกถึงธาตุของตัวนั้น ๆ ได้แล้ว เช่น Hilichurl หัวสีแดงก็จะหมายถึงธาตุไฟ หรือ Abyss Mage ชุดสีน้ำเงินก็คือเป็นธาตุน้ำเป็นต้น เช่นกันกับตัวละครที่นอกจากจะใส่เสื้อผ้าสีที่ตรงกับธาตุแล้วก็สามารถดูได้จากสี "วิชั่น" ที่จะเรืองแสงเห็นได้อย่างชัดเจน

ส่วนตัวละคร "นักเดินทาง" ก็อาจจะมีสีเทา "ไม่มีธาตุ" ในบางช่วงเวลาก็เป็นได้

การติดและแปะธาตุ

เพื่อทำให้ศัตรูได้รับความเสียหายธาตุ ผู้เล่นก็จะต้องทำการติดธาตุให้กับศัตรูก่อน (เช่น จากการโจมตีหรือการใช้สิ่งแวดล้อมโดยรอบ) โดยวิธีในการติดธาตุนั้นจะส่งผลต่อระยะเวลาที่ศัตรูจะติดค่าสถานะซึ่งจะสามารถติดศัตรูได้สูงสุดถึง 15 วินาทีและสามารถติดธาตุซ้ำเพื่อเพิ่มหรือรีเซ็ทระยะเวลาในการติดธาตุเข้าไปได้อีกด้วย

การติดธาตุบางประเภทนั้นจะทำให้ตัวละครหรือศัตรูได้รับความเสียหายจากการติดธาตุนั้น ๆ จนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาการติดธาตุ

ศัตรู

เมื่อศัตรูติดธาตุก็จะมีรูปสัญลักษณ์ขึ้นอยู่บนหัว และก็อาจจะมีอนุภาครอบ ๆ ที่บ่งบอกว่าศัตรูนั้นติดธาตุหรือยังอีกด้วย

ศัตรูติดธาตุไฟ
ตัวละคร

เมื่อตัวละครติดธาตุก็จะมีรูปสัญลักษณ์อยู่บนหลอดเลือด (เฉพาะตัวละครที่เล่นอยู่) และอยู่ใต้ชื่อตัวละครในแถบตัวละครในทีม (ดังภาพประกอบ)

หากตัวละครถูกสับเปลี่ยนออกไป ค่าสถานะติดธาตุก็จะยังคงอยู่จนกว่าจะถูกล้างหรือหมดเวลาการติดธาตุ

ตัวละคร Qingqiu ติดธาตุไฟ

วิธีการติดแปะธาตุ

วิธีการติดธาตุให้กับศัตรูนั้นมีหลายวิธีมากแล้วแต่ความสามารถและการใช้สิ่งแวดล้อมโดยรอบในการติดก็ได้เช่นกัน เบื้องต้นแล้วตัวละครของเราสามารถติดธาตุให้กับศัตรูได้โดยการโจมตี (ทั้งการโจมตีแบบปกติและการโจมตีแบบชาร์จ) หรือการใช้สกิลธาตุ (Elemental Skill (E)) หรือการใช้ท่าไม้ตาย (Elemental Burst (Q)) ซึ่งก็จะแล้วแต่ตัวละครว่าจะติดธาตุได้โดยการโจมตีแบบใดบ้าง และการโจมตีนั้นจะติดอยู่บนตัวศัตรูได้มากขนาดไหน

และนอกจากการโจมตีแล้ว ผู้เล่นก็สามารถใช้สิ่งแวดล้อมโดยรอบเช่นแอ่งน้ำและให้ศัตรูเดินผ่านน้ำ ก็จะสามารถทำให้ตัวละครติดค่าสถานะ “เปียกชุ่ม (Wet)” หรือการติดธาตุน้ำ หรือการใช้เกราะธาตุของศัตรูอย่าง Abyss Mage ไปแปะธาตุนั้นกับศัตรูตัวอื่นผ่านการใช้ปฏิกิริยากระจายและสร้างความเสียหายอื่นเพิ่มเห็นต้น

ปฎิกิริยาธาตุ (Elemental Reaction)

ปฏิกิริยาธาตุ (Elemental Reaction) คือระบบหนึ่งในเกม Genshin Impact ที่จะทำให้ศัตรูและตัวละครนั้นได้รับความเสียหายธาตุเพิ่มเติมจากการรวมธาตุ 2 ธาตุเข้าด้วยกัน นั่นก็คือ “ธาตุเริ่มต้น” และ “ธาตุกระตุ้น” ที่จะทำให้ตัวศัตรูและผู้เล่นเองได้รับความเสียหายจากการเกิดปฏิกิริยาธาตุหรือเพิ่มโบนัสความเสียหายจากการโจมตีธาตุ

ซึ่งระบบนี้อาจสร้างข้อได้เปรียบในยามคับขัน หรือจะสร้างปัญหาให้กับผู้เล่น “คับขัน” ก็เป็นได้

เกี่ยวกับธาตุเริ่มต้น (Initial Element) และธาตุกระตุ้น (Trigger Element)

โดยทั่วไปแล้ว การเกิดปฏฺิกิริยาธาตุนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อมีสองธาตุมาเจอกันเมื่อตอนติดธาตุแต่ก็จะไม่จำเป็นจะต้องทราบว่าธาตุไหนทำให้เกิดปฏิกิริยาธาตุ แต่ในบางปฏิกิริยานั้นมีความรุนแรงที่แตกต่างกัน (โดยเฉพาะปฏิกิริยาที่เพิ่มโบนัสความเสียหายธาตุ) โดยคำนวณจากธาตุกระตุ้น

โดยลำดับในการติดธาตุนั้นก็จะมี 2 ประเภทดังนี้

ธาตุเริ่มต้น (Initial Element)

เป็นธาตุแรกที่ศัตรูติด (จะเห็นเป็นไอคอนรูปธาตุเดียว) โดยผู้เล่นสามารถที่จะเป็นคนติดธาตุเริ่มต้นให้กับศัตรูเอง ศัตรูติดธาตให้ตัวเอง หรือเกิดจากสิ่งแวดล้อมก็เป็นได้ โดยจะไม่ส่งผลต่อค่าความเสียหายที่เกิดจากปฏิกิริยาธาตุ

ธาตุกระตุ้น (Trigger Element)

เป็นธาตุที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาธาตุ โดยผู้เล่นมักจะเป็นคนติดธาตุที่สองนี้ด้วยตนเอง เนื่องจากการโจมตี (และค่าสถานะอื่น) ของตัวละครอาจจะเป็นตัวกำหนดพลังความเสียหายที่เกิดโดยปฏิกิริยาธาตุ

โฆษณา

จากภาพประกอบด้านล่าง ธาตุกระตุ้นจะเป็นธาตุไฟฟ้า (ซ้าย) และธาตุเริ่มต้นเป็นธาตุไฟ (ขวา)

ธาตุไฟและไฟฟ้าเกิดปฏิกิริยาธาตุ

โบนัสการเกิดปฏิกิริยาธาตุ

ในบางปฏิกิริยาธาตุนั้นจะทำให้ผู้เล่นจะสามารถเพิ่มพลังการโจมตีแก่ศัตรูได้ ทำให้การเกิดปฏิกิริยานั้นถูกใช้เพื่อเลือกตัวละคร ตำแหน่งของทีมในตัวละคร และการสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลกับศัตรูที่อยู่ภายในพื้นที่ ซึ่งเรียกการเกิดปฏิกิริยาธาตุประเภทนี้ว่า “Amplifying Reactions” หรือ “ปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดการเพิ่มพลัง(โจมตี)”

โดยในทุกปฏิกิริยาธาตุสามารถเพิ่มความรุนแรงได้จากค่าสถานะ “ความชำนาญธาตุ” ที่สามารถเพิ่มได้จากค่าสถานะในอาวุธและอาร์ติแฟกต์ (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าสถานะอาร์ติแฟกต์และคำแนะนำการปั้นอาร์ติแฟกต์ได้ที่ ทำความเข้าใจ ระบบอาร์ติแฟกต์ในเกม Genshin Impact)

ตารางการเกิดปฏิกิริยาธาตุ

ในปัจจุบันในเกม Genshin Impact จะมีการเกิดปฏิกิริยาธาตุทั้งหมด

  • กระจาย (Swirl) 4 ธาตุหลัก (ไฟ น้ำแข็ง น้ำ ไฟฟ้า) กับธาตุลม (Anemo)
  • ตกผลึก (Crystalize) 4 ธาตุหลัก (ไฟ น้ำแข็ง น้ำ ไฟฟ้า) กับธาตุหิน (Geo)

โดยธาตุไม้, ลม, และหินจะไม่เกิดปฏิกิริยาธาตุกับลมและหินแต่อย่างใด

เคล็ดลับ
การโจมตีด้วยปฏิกิริยาธาตุนั้นไม่มีคูลดาวน์ ทำให้เราสามารถใช้ปฏิกิริยาธาตุสร้างความเสียหายได้เรื่อย ๆ หากยังสามารถกดสกิลหรือโจมตีธาตุได้เรื่อย ๆ ดังนั้นหากใครอยากเข้าไปเล่น Co-Op แล้วอยากทำตัวมีประโยชน์ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้ครับ (รวมไปถึงโบนัสการโจมตีเพิ่มเติม)

กระจาย (Swirl)

ธาตุ : ไฟ/น้ำแข็ง/น้ำ/ไฟฟ้า ⮂ ลม (Anemo)

ธาตุลม (ธาตุกระตุ้น) จะทำการดึงเอาธาตุที่อยู่ในบริเวณและธาตุที่ติดอยู่กับศัตรูเข้ามาและกระจายธาตุนั้นไปยังศัตรูที่อยู่ในรัศมีกระจาย (แล้วแต่การโจมตีธาตุของแต่ละตัวละครธาตุลม) ซึ่งก็จะมีความเป็นไปได้สูงที่ธาตุที่กระจายไปนั้นจะไปกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาธาตุขึ้นและเป็นการช่วยตัวละครธาตุอื่นให้สามารถปล่อยธาตุกระตุ้นได้ง่ายขึ้นได้เช่นกัน

พลังการดูดธาตุ และลำดับการดูดธาตุ

โดยหลักการของการกระจายนั้น ก็จะมีตัวเลขอยู่สองตัว นั่นคือตัวเลขการโจมตีที่เกิดจากความเสียหายธาตุลม (Swirl) และตัวเลขที่เกิดจากการติดธาตุ (ที่เกิดจากการ Swirl) ซึ่งธาตุที่จะถูกดูด (Elemental Absorption) นั้นก็จะมีลำดับในการดูดหากมีธาตุมากกว่าหนึ่งธาตุดังนี้ : ไฟ (Pyro)น้ำ (Hydro)ไฟฟ้า (Electro)น้ำแข็ง (Cryo)

การใช้งานตัวละครธาตุลมที่มีหน้าที่ในการสร้างการกระจายธาตุก็จะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มค่าสถานะ Elemental Mastery ได้เต็มที่มากขึ้น ซึ่งตัวละครอย่าง Sucrose หรือ Traveller ธาตุลมก็เป็นตัวเลือกที่ดีเพียงพอสำหรับการใช้การเกิดปฏิกิริยาธาตุกระจายแล้วหล่ะครับ


ตกผลึก (Crystalize)

ธาตุ : ไฟ/น้ำแข็ง/น้ำ/ไฟฟ้า ⮂ หิน (Geo)

เมื่อมีธาตุที่ติดอยู่กับศัตรูแล้วมีการกระตุ้นโดยธาตุหินก็จะทำให้เกิดปฏิกิริยาธาตุ “ตกผลึก” ที่จะเป็นการสร้างเม็ดคริสตัลธาตุที่ผู้เล่นสามารถเดินเข้าไปเก็บเพื่อรับโล่ป้องกันเพื่อป้องกันการโจมตีสูงสุด 15 วินาที หรือเท่ากับ HP ของโล่ ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเก็บผลึกเพิ่มเพื่อรีเซ็ทเวลาหรือ HP คงเหลือได้

การเกิดปฏิกิริยาธาตุนี้จึงได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้งานเพราะสามารถทำให้เราได้รับความเสียหายจากการโจมตีได้น้อยลง ทำให้เราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหรือทรัพยากรในการฮีลตัวละครหรือต้องคอยหลบการโจมตี

ความแข็งแรงของโล่ที่เกิดจากการตกผลึก (Crystalize)

เมื่อตัวละครได้ทำการเก็บผลึกที่เกิดจากปฏิกิริยาตกผลึก ก็จะมีการคำนวณความแข็งแรงโดยอ้างอิงจาก Elemental Mastery (EM) ของตัวละครธาตุหินที่ทำให้เกิดปฏิกิริยานี้ขึ้นสูงสุด 1851 x (444 x (EM / EM + 1400) ) HP ซึ่งจะทำหน้าที่ได้ดีกว่าเมื่อใช้ในการป้องกันการโจมตีธาตุที่ตรงกันกับที่เป็นธาตุเริ่มต้น/ธาตุกระตุ้น

โฆษณา

ละลาย (Melt)

ธาตุ : น้ำแข็ง (Cryo) ⮂ ไฟ (Pyro)

โดยคอมโบละลายนั้นเป็นหนึ่งในสองคอมโบ (ร่วมกับคอมโบระเหย) ที่จะทำให้ผู้เล่นสามารถโจมตีศัตรูได้แรงมากยิ่งขึ้น แต่เพื่อที่จะให้โจมตีแรงขึ้นถึง 2x นั้น ผู้ทำปฏิกิริยาธาตุจะต้องเป็นธาตุไฟเท่านั้น (คำนวณ x2 จากพลังการโจมตีธาตุจากการโจมตีไฟ)

กระตุ้นโดยธาตุไฟ (Melt)

เมื่อเกิดปฎิกิริยาละลายด้วยการใช้ธาตุไฟในการกระตุ้น จะทำให้ความแรงในการโจมตีครั้งที่เกิดปฏิกิริยานั้นเพิ่มขึ้น 2x เมื่อเปรียบเทียบกับการโจมตีธาตุไฟปกติ

กระตุ้นโดยธาตุน้ำแข็ง (Reverse Melt)

เมื่อเกิดปฎิกิริยาละลายด้วยการใช้ธาตุน้ำแข็งในการกระตุ้น จะทำให้ความแรงในการโจมตีครั้งที่เกิดปฏิกิริยานั้นเพิ่มขึ้น 1.5x เมื่อเปรียบเทียบกับการโจมตีธาตุน้ำแข็งปกติ


โฆษณา

แช่แข็ง (Frozen)

ธาตุ : น้ำ (Hydro) ⮂ น้ำแข็ง (Cryo)

ศัตรูที่ถูกแช่แข็งจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้จนกว่าสถานะแช่แข็งจะหมดลง ซึ่งหากว่าตัวละครของเราโจมตีแบบกายภาพใส่ศัตรูที่ถูกแช่แข็ง ศัตรูก็จะได้รับโบนัสความเสียหาย “แตกกระจาย (Shattered)” เมื่อมีการโจมตีที่ใช้ตัวละครอาวุธประเภทดาบใหญ่ หรือระเบิด (ทั้งจากตัวละครและสภาพแวดล้อม) อีกด้วย


นำไฟฟ้า (Superconduct)

ธาตุ : ไฟฟ้า (Electro) ⮂ น้ำแข็ง (Cryo)

เมื่อเกิดปฏิกิริยานำไฟฟ้า (Superconduct) ศัตรูที่โดนปฏิกิริยานี้จะถูกลดค่าการป้องกัน (DEF) ลง 40% หรือก็คือรับค่าความเสียหายได้เพิ่มขึ้นจากการโจมตีครั้งต่อไปนั่นเอง ซึ่งผลของการนำไฟฟ้านีก็จะถูกกระจาย (ไม่เกี่ยวกับปฏฺิกิริยากระจาย) ไปยังศัตรูในบริเวณอีกด้วย


โฆษณา

ระเหย (Vaporize)

ธาตุ : ไฟ (Pyro) ⮂ น้ำ (Hydro)

กระตุ้นโดยธาตุน้ำ (Vaporize)

การเกิดปฏิกิริยาธาตุระเหยจะทำให้การโจมตีด้วยตัวยน้ำนั้นสร้างความเสียหายเพิ่มจากการโจมตีธาตุปกติ 2x

แต่ติดปัญหาอย่างเดียวนั่นก็คือเรื่องของตัวละครที่จะมาทำให้เกิดปฏิกิริยานี้ก็จะต้องเป็น DPS ธาตุน้ำ ที่ตอนนี้มีเพียง Targaglia (Childe) เท่านั้นที่เป็นตำแหน่งนี้ (อัพเดทล่าสุดแพทช์ 2.5) และใช้ตัวละครซัพพอร์ทเป็นธาตุไฟ

กระตุ้นโดยธาตุไฟ (Reverse Vaporize)

เหมือนกับระเหยปกติแต่มีตัวคูณการโจมตี 1.5x เท่า


โอเวอร์โหลด (Overload)

ธาตุ : ไฟฟ้า ⮂ ไฟ

ปฏิกิริยาโอเวอร์โหลดจะทำให้ศัตรูได้รับความเสียหายระเบิดในรัศมีบริเวณ (AoE) ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วชอบเพราะผู้เล่นจะสามารถตีเกราะให้แตกได้เร็วขึ้น และยังทำให้ศัตรูล้มและปลิวออกจากบริเวณไป

โฆษณา

ชาร์จไฟฟ้า (Electro-charged)

ธาตุ : ไฟฟ้า ⮂ น้ำ

ปฏิกิริยาขาร์จไฟฟ้าจะทำให้ศัตรูโดนไฟฟ้าช็อตและกระจายไปยังศัตรูรอบข้าง แม้ว่าคุณจะไม่ได้รับอะไรเพิ่มจากการเกิดปฏิกิริยา แต่เมื่อเกิดปฏิกิริยานี้แล้ว ธาตุน้ำและธาตุไฟฟ้าจะไม่หายไปเหมือนปฏิกิริยาอื่น เท่ากับว่าเป็นการเปิดช่องให้เกิดปฏิกิริยาพร้อมกันทั้งธาตุน้ำและไฟฟ้า กับธาตุไฟหรือธาตุน้ำแข็ง

ติดไฟ (Burning)

ธาตุ : ไฟ (Pyro) ⮂ พืช (Dendro)

ปฏิกิริยานี้จะทำให้สิ่งของหรือตัวละครที่ติดธาตุพืชได้รับความเสียหายไฟ (Pyro) เผาไหม้อย่างต่อเนื่อง โดยศัตรูจะมีการติดไฟจนกว่าการเกิดปฏิกิริยาธาตุสิ้นสุดลงหรือเกิดปฏิกิริยาธาตุอื่นที่ลบล้างการติดค่าสถานะ

ปลุกเร้า (Quicken)

ธาตุ : ไฟฟ้า (Electro) ⮂ พืช (Dendro)

เมื่อเกิดปฏิกิริยาธาตุระหว่างไฟฟ้าและธาตุไม้ จะทำให้ศัตรูเข้าสู่สถานะปลุกเร้า เมื่อศัตรูที่อยู่ในสถานะปลุกเร้าได้รับการกระตุ้นอีกครั้งโดยไฟฟ้าหรือไม้ก็จะทำให้เกิดปฏิกิริยาดังต่อไปนี้

ธาตุไฟฟ้า: บีบอัด (Aggravate)

โดยถูกกระตุ้นโดยธาตุไฟฟ้าก็จะทำให้เกิด “บีบอัด” ที่สร้างความเสียหายเพิ่มเติม

ธาตุไม้: แพร่ขยาย (Spread)

หรือถูกกระตุ้นโดยธาตุไม้ก็จะทำให้เกิด “แพร่ขยาย” ที่เพิ่มความเสียหายเช่นกัน

งอกเงย (Bloom)

ธาตุ : น้ำ (Hydro) ⮂ พืช (Dendro)

เมื่อธาตุน้ำเจอกับธาตุไม้จะทำให้เกิดปฏิกิริยางอกเงย ก่อให้เกิด Dendro Core และเมื่อเราได้ทำการสร้างปฏิกิริยาธาตุกับ Dendro Core ด้วยธาตุดังต่อไปนี้ก็จะเกิดปฏิกิริยาดังต่อไปนี้

โดย Dendro Core จะมีขึ้นมาเป็นจำนวนจำกัด และเมื่อเวลาผ่านไปหรือมีมากกว่าจำนวนจำกัดก็จะทำให้ Dendro Core ก่อนหน้าเกิดการระเบิด สร้างความเสียหายไม้ในวงกว้าง

ธาตุไฟ: เบ่งบาน (Burgeon)

เมื่อ Dendro Core สำผัสกับธาตุไฟจะทำให้เกิดการเบ่งบาน และทำให้เกิดความเสียหายแบบวงกว้าง (AoE) รุนแรงมากขึ้น

ธาตุไฟฟ้า: Sprawling Shots

Dendro Core จะถูกเปลี่ยนมาเป็น Sprawling Shot คล้าย Homing Missile ที่จะโจมตีผู้ติดสถานะอย่างต่อเนื่อง

แล้วทำไมตัวละครถึงต้องมีวิชัน?

โฆษณา

ธาตุประจำตัวที่ได้รับพลังงานอันบริสุทธิ์จากเทพเจ้า “วิชั่น (Vision)” ที่เป็นดั่งสิ่งที่ตัวละคร “ผู้ใช้งานวิชั่น” ใช้ในการสร้างพลังงานธาตุและปลดปล่อยมันออกมา แต่ผู้ที่ไม่มีวิชั่นนั้นจะไม่สามารถใช้พลังงานธาตุได้ อย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อยกเว้นอยู่อย่างเช่นกลุ่ม Fatui นั้นก็ได้ทำการผลิตตัวสร้างพลังงานธาตุเทียมอย่าง “ดีลูชั่น (Delusion)” หรือเครื่องสกัดพลังงานที่จะทำให้ผู้ใช้นั้นสามารถใช้พลังงานธาตุโดยไม่ต้องมีวิชั่นก็ได้

แต่ตัวละครเอกของเรานั้นก็ไม่มีวิชั่นเช่นกัน แต่การที่นักเดินทางไปสักการะรูปปั้นเทพเจ้าทั้งเจ็ด “The Statue of the Seven” นอกเมือง Mondstadt รูปปั้นเทพเจ้า Barbatos ก็ได้มอบพลังธาตุลมให้กับนักเดินทางทันที หรือนักเดินทางจะเป็นดั่ง “ข้อยกเว้น” ของการใช้พลังงานธาตุในประเทศ Teyvat กันแน่?


ข้อมูลอ้างอิง
โฆษณา

Share this post

About the author

error: เว็บไซต์ของเราไม่อนุญาตให้ท่านทำการคัดลอกข้อความ