เปิดตัวอย่างไรให้โลกว้าว กับงานอีเว้นท์ Apple “Peek Performance” ที่ได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ล่าสุดอย่าง Mac Studio ที่ใช้ขุมพลังงาน Apple M1 และปีนี้ก็ได้มีการอัพเกรดมาเป็น M1 Ultra ที่รีดประสิทธิภาพของ M1 Max จำนวนสองตัวเข้ามาอยู่ใน SoC เดียวกัน รวมไปถึง Studio Display คุณภาพระดับ 5K พร้อมกล้อง ไมค์โครโฟน และลำโพงให้พร้อม ที่สามารถใช้งาน “Hey Siri” ได้จากภายในตัวหน้าจอเลย

อ่านต่อฉบับเต็ม
Apple ได้ทำการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่าง iPad Air Gen 5, iPhone SE, iPhone 13 สี Alpine Green, ชิพประมวลผล M1 Ultra, Mac Studio, Studio Display และชุดคีย์บอร์ดสีเงิน-ดำ ภายในงาน "Peek Perfomance"
อ่านต่อได้ที่ สรุปของใหม่ใน Apple "Peek Performance"

Mac Studio – คอมพิวเตอร์ระดับโปรดักชันที่ดีที่สุด

สำหรับบริษัทที่มีการใช้งาน Final Cut Pro หรือทำการเรนเดอร์กราฟฟิกส์อะไรมาก ๆ ในอุปกรณ์ Mac ก็น่าจะต้องตกตลึงกับประสิทธิภาพในการทำงานที่เหนือกว่ากับ “Mac Studio” เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่สามารถทำงานได้แรงกว่าแชมป์เดิมอย่าง Mac Pro ถึง 90% พร้อมกับการใช้พลังงานที่ต่ำกว่าและรับโหลดงานแต่พัดลมเงียบสนิท

ทาง Apple ได้เคลมว่าผู้ใช้งาน Mac Studio ระดับสูงสุดจะสามารถทำการเรนเดอร์ภาพวิดีโอคุณภาพระดับ 8K ได้สูงสุดพร้อมกันถึง 18 จอ รวมไปถึงการนำภาพไปแสดงบนหน้าจอระดับ 4K ได้อย่างน้อย 3 จอพร้อมกันสบาย ๆ อีกด้วย แต่วันนี้เราก็จะมาเจาะลึกกันว่า Mac Studio นั้นดีอย่างไร และเมื่อเทียบกับ Mac Mini ที่หน้าตาเหมือนกันนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง

โฆษณา

ชิพ “M1 Ultra” เร็วแรงเป็นปกติใหม่

ผู้ใช้งานระดับโปรดักชันนั้นมีความต้องการใช้งานสเป็คที่สูงอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่แล้วก็ได้มีการเปิดตัวชิพ Apple M1 Pro และ Apple M1 Max ไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Macbook Pro รุ่นปี 2021

ทาง Apple จึงได้ทำการเพิ่มไลน์อัพเข้าไปใหม่กับ M1 Ultra ที่เป็นการรวมพลังของ M1 Max เข้าไปรวมกันสองชิ้น ด้วยการเชื่อมต่อชิพที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในตลาด ทำให้ผู้พัฒนาฯ สามารถใช้งานทรัพยากรเครื่องเป็นเหมือนว่าคือชิพตัวเดียวกัน แต่มีจำนวน CPU และ GPU เพิ่มเข้าไปเป็นสองเท่าตัว

ทำให้เพื่อน ๆ สามารถยัดพลังการคำนวณ 20-core CPU และ 64-core GPU เข้าไปในเครื่อง Mac Studio เดียวกันได้อย่างไม่มีปัญหา และดูเหมือนว่านี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของคอมพิวเตอร์ระดับสูงสุดเท่านั้นเอง หากเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพความเร็วที่ Apple ได้ท้อปฟอร์มตลาด PC มาอย่างต่อเนื่อง

ประสิทธิภาพ Mac Studio ล้นเหลือ

เมื่อ Apple ได้ทำการเอาประสิทธิภาพของ Mac Studio ที่น่าจะเป็นเพียงตัวรองจาก Mac Pro เท่านั้น แต่ประสิทธิภาพที่ได้รับนั้นเรียกว่าแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด กับทรัพยากรในการคำนวณที่มีให้เพิ่มขึ้นไปกว่าชิพ Intel และ AMD เดิมไปเยอะประมาณหนึ่งเลย ทำให้ Mac Studio ที่ใช้ M1 Ultra สามารถส่งมอบประสิทธิภาพได้แรงกว่าถึง 90% สำหรับ CPU และ 80% สำหรับ GPU

พอร์ตที่ให้มาเต็มอิ่ม

Mac Studio มาพร้อมกับพอร์ตให้เลือกใช้มากมาย โดยหลาย ๆ พอร์ตนั้นก็จะรองรับอนาคตได้อย่างน้อย 5 ปีอย่างแน่นอน

พอร์ตด้านหน้า

  • พอร์ต USB-C (Thunderbolt 4 หากสั่งซื้อเป็นรุ่น M1 Ultra) ถึง 2 พอร์ต
  • SDXC จำนวน 1 ช่อง (ใส่ SD Card)

แต่สำหรับปุ่มเปิด-ปิดแบบกายภาพของ Mac Studio นั้นยังเป็นด้านหลังตามเดิม เลยน่าจะมีความเป็นไปได้ว่าผู้ใช้งานเองก็น่าจะไม่ควรเลือกวาง Mac Studio ห่างไปจากโต๊ะทำงานหรือเก็บซ่อนอยู๋ในที่อับเท่าที่ควร

พอร์ตด้านหลัง

  • พอร์ต USB-C (Thunderbolt 4 หากสั่งซื้อเป็นรุ่น M1 Ultra) ถึง 4 พอร์ต
  • พอร์ต Ethernet ความเร็ว 10Gb
  • พอร์ต USB-A จำนวน 2 พอร์ต
  • ช่องต่อหูฟัง 3.5 มม.
  • พอร์ต HDMI จำนวน 1 พอร์ต

โดยด้านหลังของตัวเครื่อง Mac Studio นั้นจะทำหน้าที่ในการปล่อยความร้อนออกมาอีกด้วย (ตะแกรงด้านบนพอร์ต) หากมองจากการดีไซน์ของช่องใส่พอร์ตแล้ว วิธีใช้งานพอร์ตด้านหลังให้เหมาะสมที่สุดก็น่าจะเป็นการให้ผู้ใช้งานทำการจิ้มคาเอาไว้ถาวรเลย ไม่มีการถอดเข้า-ออกอยู่บ่อยครั้งเท่าพอร์ทด้านหน้า

Mac Studio ตัวแรงที่สุดราคาเท่าไหร่?

ทุกสินค้าของ Apple นั้นก็จะมีตัวเลือกในการอัพเกรดและราคา และทุกครั้งก็จะกระตุกจิตกระชากใจเราทุกครั้งเช่นกัน โดยในปีนี้ทาง Apple ก็ได้มีการเปิดตัวเลือกให้ลูกค้าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มเติมทั้งการเพิ่ม GPU core, เพื่ม RAM และพื้นที่จัดเก็บ SDD ความเร็วสูงให้ผู้ใช้งานระดับโปรฯ ได้เอาไปใช้งานกันอย่างจุใจ โดยเราก็ได้ทำการสำรวจราคามาให้เพื่อน ๆ เป็นที่เรียบร้อย

  • เครื่องรุ่นเริ่มต้นสำหรับ M1 Ultra ราคา 139,900 บาท
  • GPU เพิ่มจาก 48-core มาเป็น 64-core ราคา 35,000 บาท
  • RAM (หน่วยความจำแบบรวม) เพิ่มจาก 64 GB มาเป็น 128 GB ราคา 28,000 บาท
  • พื้นที่จัดเก็บ SSD เพิ่มจาก 1 TB มาเป็น 8 TB ราคา 77,000 บาท

รวมอัพเกรดแล้วทั้งหมด (พร้อมภาษี) ก็จะเคาะราคาที่ 279,900 บาท แต่ถ้าเห็นราคาแล้วอยากจะเป็นลม ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะว่าทาง Apple มีตัวเลือกให้ผ่อน 0% สูงสุด10 เดือนเลยนะ 😀

หน้าจอ Studio Display

สำหรับผู้ใช้งาน Mac Mini, Mac Studio และ Mac Pro ก็น่าจะพบเจอปัญหาว่าต้องไปซื้อจอแยกมาเองเพราะว่าไม่ได้ขายมาด้วย โดยในวันนี้ทาง Apple ก็ได้ทำการเปิดตัว Studio Display ที่เป็นมากกว่าหน้าจอและทำงานได้มากกว่าหน้าจออื่น ๆ ที่มีอยู่ในตลาดมากมาย

หน้าจอที่มีกล้อง ลำโพง ไมค์โครโฟนครบเซ็ท

นอกจากจะเป็นหน้าจอแบบต่อแยกแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผมเองก็ตกใจเหมือนกันก็คือเรื่องของการที่ว่า Studio Display นั้นมีลำโพงและไมค์โครโฟนติดมาด้วย และที่ติดมานั้นก็ไม่ได้กระจอกเสียด้วย (ตามแบบฉบับของ Apple) โดยทาง Apple ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับลำโพงและไมค์โครโฟนเอาไว้ประมาณนี้

  • ระบบ 6 ลำโพงคุณภาพเสียงคมชัด พร้อมวูฟเฟอร์แบบตัดแรงสั่น
  • เสียงสเตอริโอที่มีมิติเสียงกว้าง
  • รองรับระบบเสียงตามตำแหน่งเมื่อเล่นเพลงหรือวิดีโอที่มาพร้อม Dolby Atmos
  • ชุดไมโครโฟน 3 ตัวคุณภาพระดับสตูดิโอ ที่มีอัตราส่วนสัญญาณเสียงต่อสัญญาณรบกวนสูง พร้อมบีมฟอร์มมิ่งตามทิศทางของเสียง
  • รองรับ “หวัดดี Siri”

ตอนนี้มันชักจะเหมือน iPad หน้าจอใหญ่เข้าไปเรื่อย ๆ แล้วหล่ะ

รองรับการต่อหน้าจอพร้อมกัน 3 หน้าจอ

ทาง Apple ก็ได้เคลมว่าผู้ใช้งานที่ต้องการใช้งาน Mac Studio ก็สามารถใช้งานคู่กับทาง Studio Display แบบไม่มีปัญหาเลย และยังบอกว่าสามารถเชื่อมต่อหน้าจอให้ทำงานพร้อมกันได้สูงสุดถึง 4 หน้าจอ Studio Display และอีก 1 หน้าจอทีวีคุณภาพระดับ 4K อีกด้วย ทำให้ Mac Studio เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการแสดงผลหน้าจอได้มากที่สุด (จากจำนวน Pixel บนหน้าจอแสดงผล) ของ Apple

Studio Display vs 4k iMac 27″

ด้วยขนาดหน้าจอที่เท่ากัน ฟีเจอร์การทำงานทั้งการแสดงผล การมีหัวชาร์จพลังงาน การมีไมค์โครโฟนและการมีลำโพงก็ทำให้ผมเองนั้นหยุดไม่ได้ที่จะเอาทั้งสองอย่างที่อันหนึ่งมีแค่จอ กับอีกอันหนึ่งที่มี Apple M1 อยู่ในตัวแล้วเอามาเปรียบเทียบกัน

โดยผมจะมาเขียนสตอรีแยก เพื่อเปรียบเทียบสองผลิตภัณฑ์กันในภายหลัง

Magic Keyboard, Trackpad และ Mouse สีใหม่เงิน-ดำ

นอกจากนี้เพื่อให้เข้าธีม ทาง Apple ก็ได้ทำการเปิดตัว Magic Keyboard, Magic Trackpad, Magic Mouse รุ่นใหม่ล่าสุด (เวอร์ชันล่าสุดคือตั้งแต่ 2018) ที่เป็นสีเงิน-ดำ ที่น่าจะมาแทนสีสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างสีดำที่ได้เปิดตัวไปกับ iMac Pro เมื่อนานมาแล้ว (และตอนนี้ก็ได้ยกเลิกการขายแล้ว)

โดยลูกค้าสามาถทำการสั่งซื้อ Magic Keyboard, Magic Trackpad, Magic Mouse ได้แล้วผ่านเว็บไซต์ของ Apple ในราคาดังนี้:

วิดีโอเปิดตัวสินค้า

อ่านต่อฉบับเต็ม
Apple ได้ทำการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่าง iPad Air Gen 5, iPhone SE, iPhone 13 สี Alpine Green, ชิพประมวลผล M1 Ultra, Mac Studio, Studio Display และชุดคีย์บอร์ดสีเงิน-ดำ ภายในงาน "Peek Perfomance"
อ่านต่อได้ที่ สรุปของใหม่ใน Apple "Peek Performance"
โฆษณา

Share this post

About the author

error: เว็บไซต์ของเราไม่อนุญาตให้ท่านทำการคัดลอกข้อความ