หินยักษ์ในงาน Moonchase “แสงนวลเคล้าแสงจันทร์” นั้นได้แตกออกมาแล้ว Xiangling และ Keqing นั้นจะค้นพบอะไรสุดแสนพิเศษเกี่ยวกับเทพเจ้าแห่งเตาไฟจะเป็นอย่างไร ในสตอรีนี้เราจะมาสรุปเนื้อเรื่องกันให้ฟังครับ

เนื้อหาในสตอรีนี้มีการสปอยเนื้อเรื่องในกิจกรรม "แสงนวลเคล้าแสงจันทร์" ในตอนที่ 1 "หนึ่งตะเกียบ เบิ้ลสอง ทุกสามมื้อ เลื่องลือไปทุกสี่ย่านน้ำ ครบห้ารสชาตือูมามิ" และตอนที่ 2 "ผ่านหกสัมผัส ริ่นเริงเจ็ดเทพ กลิ่นหอมจากแปดทิศ ไปถึงเก้าสวรรค์ชั้นฟ้า สิบเปรมปรีดา"

เรื่องแปลกในงาน Moonchase

กิจกรรม “Moonchase” ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ทำต่อ ๆ กันของชาว Liyue ที่เชื่อว่า “การจัดเทศกาลยิ่งใหญ่ก็เพื่อเฉลิมฉลองดวงจันทร์ ในฤดูใบไม้ร่วง” จึงมีการตกแต่งเมือง Liyue ไปด้วยโคมไฟสวยงาม เฟอร์นิเจอร์และพู่ติดอยู่รอบบริเวณเมือง Liyue

เราได้พบเจอกับเชฟหมีอย่าง Xiangling นั้นเกิดอยากที่จะแข่งขันรายการการทำอาหารเพื่อชิงรางวัลในงาน Moonchase ที่จัดขึ้นในปีนี้เพื่อให้เข้าร่วมกับธีมงาน “สายน้ำ ขุนเขา อาหารเลิศรส” แม้ว่างาน Moonchase จะเงียบเหงาลงไปบ้างเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน หลังจากนั้นเราก็ได้ไปถามหาไอเดียการทำอาหารกับ Hu Tao, Qiqi, Changsheng, Baizhu, Keqing, Beidou, Ninguang ว่าแต่ละคนต้องการที่จะกินอาหารแบบไหนกันบ้าง แต่ก็ต้องโดนขัดเพราะมีเรื่องแปลกที่ชาวประมงได้นำมันออกมาจากใต้ผิวน้ำ

หินรูปทรงกลมที่เหมือนจะจมน้ำมาแล้วนานมากและโดนแรงกัดเซาะจนทำให้มันกลมได้มากขนาดนี้ แม้แต่ดาบ, กระบองหรือวิธีอื่น ๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย

ก้อนหินยักษ์ผิวเรียบบนแท่นบูชา

ตำนานพื้นบ้านได้กล่าวไว้ว่า เคยมีคนพบเจอศาลเจ้าของเทพเจ้าแห่งเตาไฟแต่ภายในนั้นกลับมีเพียงก้อนหินยักษ์พื้นผิวเรียบเท่านั้น และระหว่างการขนส่งก้อนหินนั้นมาก็เกิดสูญหายไปจนไม่รู้ว่าก้อนหินก้อนไหนกันแน่ที่เป็นก้อนหินที่ว่า แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ปัญหาอะไร และเราก็ได้เห็นก้อนหินที่น่าจะเป็นก้อนเดียวกันกับที่อยู่ในศาลก็เป็นได้

ความปรารถนาได้ถูกเติมเต็ม

แต่เดิมแล้วชาว Liyue นั้นจะมีการจัดงาน Moonchase เป็นธรรมเนียมของทุกปีเพื่อให้ระลึกถึงเทพเจ้าแห่งเตาไฟ แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนก็เริ่มที่จะสับสนว่าเทพเจ้าแห่งไฟนั้นเป็นเทพองค์เดียวกันกับท่านลอร์ดแห่งหินหรือไม่ และงาน Moonchase นั้นก็อาจมีรากฐานมาจากการจัดงานเพื่อระลึกถึงเทพเจ้าแห่งเตาไฟก็เป็นได้

แม้การแข่งขันแบบเชฟกระทะเหล็กได้จบลง พร้อมกับชัยชนะของ Xiangling ที่ห้ำหั่นกันถึงคะแนนสุดท้ายก็ไม่อาจสามารถทำให้ก้อนหินนั้นแตกได้เลย ทุกคนจึงคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรเพื่อจะให้หินก้อนนี้มีรอยแตกให้ได้มากกว่านี้และหวังว่าจะได้เห็นว่าข้างในหินนั้นคืออะไรกันแน่

แต่สูตรอาหารไม่ทราบชื่อที่ปู่ของ Keqing นั้นจดเอาไว้ เมื่อเอาไปให้ Xiangling ทำแล้วก็กลับกลายเป็นว่าเป็น “Chili-Mince Cornbread Bun” ซึ่ง Keqing ก็เคยลิ้มรสมันมาแล้วในอดีต และ Xiangling เองก็ได้คิดออกว่าเป็นเมนูอาหารเดียวกันกับตอนที่เจอ Guoba ครั้งแรกในถ้ำตอนหลบฝนเลย

และเมื่อนักเดินทาง, Paimon และ Keqing ได้ลองชิมอาหารเมนูนี้ของ Xiangling แล้ว ก้อนหินยักษ์นั้นก็ระเบิดออกมา ซึ่งข้างในนั้นก็เป็นรูปปั้นหมีนั่นแหละครับ แต่ทำไมดูไปดูมามันถึงหน้าตาเหมือน Guoba เหมือนลอกกันมาเลย ซึ่งแม้แต่ Guoba เองก็ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องกับเรื่องนี้ด้วย

Guoba ตกใจกับสิ่งที่เห็น : รูปปั้น “เทพเจ้าแห่งเตาไฟ” ที่เหมือน Guoba

ซักพักหนึ่ง Madame Ping จึงเดินมาบอกว่า เทพเจ้าแห่งเตาไฟที่ทุกคนกำลังสืบหานั้นก็คือ “Guoba” ในอดีตนั่นเอง ซึ่งแม้กระทั่งการเวลาเปลี่ยนไปและตำแหน่งเดิมของ Guoba ในช่วงเวลาอันรุ่งโรชน์ไปทั้งหมดแล้ว

“Guoba” กับอารยธรรมอันรุ่งเรือง

เทพเจ้าแห่งเตาไฟ “Marchosius” เป็นเทพอสูรที่ห่วงใยเอาใจใส่ความเป็นอยู่ของผู้คนและคอยช่วยเหลือผู้คนในพื้นที่ Guili Assembly ได้ทำอาหารและรวมพวกเขาเข้าด้วยกัน

“สองร้อยลี้ทางตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่ตั้งถิ่นฐาน Guili Assembly ที่มีการตั้งถิ่นฐานของผู้คน … เมื่อเทพแห่งเตาไฟลงมาจุดติ รูปลักษณ์นั้นกลับกลายมามากมาย … ดุจดั่งดวงดาวทีตกลงสู่ผืนดินกระจัดกระจายไปสู่นับพันครัวเรือน ก่อเกิดเป็นไฟสอนผู้คนได้เรียนรู้การปรุงอาหารด้วยเตาไฟ ผู้คนได้เรียนรู้การใช้ไฟนี้ก็รู้จักอาหารร้อน ๆ …”

หนังสืออ้างอิงจากโรงแรมที่ Guili Assembly

แต่เมื่อเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่และพายุที่โหมกระหน่ำซึ่งแม้แต่เซียนก็ยังเอาไม่อยู่ เทพเจ้าแห่งเตาไฟจึงได้คิดค้นอาหารแสนอร่อยที่ทำง่าย ทนความชื้นและความหนาวเย็น และยังพกพาสะดวกอีกด้วย

ที่ตั้งถิ่นฐาน Guili Assembly

และก็เกิดโรคระบาดอีก ทำให้เทพเจ้าแห่งเตาไฟนั้นหายไปจากชาว Liyue จนไม่ค่อยได้พบได้เห็นอีกเลย

การเสียสละที่แม้จะสูญสิ้น

เทพเจ้าแห่งเตาไฟจึงตัดสินใจที่จะใช้พลังของตัวเองทั้งหมดแม้ว่ามันจะกลืนกินตัวเขาเองก็ตามเพื่อให้ชาว Liyue นั้นรอดจากภัยพิบัติทั้งปวงได้สำเร็จ แต่เป็นการใช้พลังของตัวเองให้หลอมรวมไปกับแผ่นดิน ทำให้เทพเจ้าแห่งเตาไฟมีขนาดเหลือเพียงขนาดมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง และสติปัญญาที่เคยเป็นเลิศก็จางหายไปจนหมด

สุดท้ายแล้วเทพเจ้าแห่งเตาไฟที่ขนาดเท่า Guoba ในปัจจุบันก็ได้บอกเคล็ดลับในการใช้เตาไฟให้แก่ Madame Ping และลอร์ดแห่งหินและเข้าสู่โหมดหลับไหลตลอดกาล

เมื่อดวงดาวมาบรรจบ

เมื่อมีเด็กน้อยอย่าง Xiangling ได้มอบอาหารที่เขาคิดค้นขึ้นมาเองไปไว้ที่แท่นบูชาและก็นอนหลับพักผ่อนไป และเมื่อตื่นขึ้นมาก็ได้พบกับน้อง Guoba ที่ได้เป็นเพื่อนร่วมเดินทางไปกับน้องจนถึงวันนี้ “ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคย” — Madame Ping

บางครั้ง Xiangling อาจจะทำให้เทพเจ้าแห่งเตาไฟได้มีความสุขที่ได้เป็นลูกค้าเหมือนเมื่อก่อนก็ได้ ถือว่าเป็นการติดตามเชฟที่ยอดเยื่ยมคนหนึ่ง

ปัจจุบันเราก็จะเห็นน้อง Guoba นั้นกินพริกอันร้อนแรงเพื่อจุดไฟในจุดต่าง ๆ โดยการเรียกมันออกมาด้วยการกดใช้สกิล (Elemental Skill) กับตัวละคร Xiangling

เพื่อน ๆ สามารถดูตัวอย่างเต็มของเรื่องราวน้อง Guoba ได้ที่ YouTube ของ Genshin Impact ได้เลยครับผม

โฆษณา

Share this post

About the author

error: เว็บไซต์ของเราไม่อนุญาตให้ท่านทำการคัดลอกข้อความ